เรื่องดี ๆ จาก E-mail  (รวมเรื่องน่ารู้ในการป้องกันอาชญากรรม และเรื่องน่าสนใจอื่นๆ - ขอขอบคุณและยกเครดิตให้เจ้าของเรื่องและที่มา  )
เมนูหลัก

งานป้องกันปราบปราม

...

อุทาหรณ์พ่อแม่ เมื่อลูกตกเป็นเป้าหมายแก๊งขโมยเด็ก
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   11 พฤศจิกายน 2553 11:17 น.
.

       ถือเป็นอีกหนึ่งภัยครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่ยุคนี้ต้องให้ความสำคัญ กับพฤติกรรมของแก๊งขโมยเด็กที่อัปเกรดวิธีการให้แยบยลขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ด้วยการส่ง "นางโจร" เข้ามาดำเนินการ แถมมิจฉาชีพเหล่านี้ยังไม่เลือกเวลา เช้าสายบ่ายค่ำ ขอเพียงคุณเผลอ เขาก็พร้อมจะขโมยลูกหายวับไปกับตาได้ทันใด
       
       ครอบครัวที่มาเปิดเผยประสบการณ์สะเทือนใจในครั้งนี้คือครอบครัว "ศิริภรรค์" ที่เกือบสูญเสีย "น้องดิน" - ด.ช.ถิร ศิริภรรค์ ลูกชายคนเดียววัย 1 ขวบกว่าไปกับแก๊งมิจฉาชีพ โดยคุณบี - เนตรนภา ศิริภรรค์ คุณแม่ของน้องดินเป็นผู้เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า
       


       "วัน นั้นเราไปทำความสะอาดร้านขายเสื้อผ้าเด็กที่อยู่ในตลาดรวงทรัพย์ย่านอโศก ก็ไปกันหมดสามคนพ่อแม่ลูก บีก็ทำความสะอาดร้าน ซึ่งปกติจะมาดูดฝุ่น ฯลฯ กันเดือนละครั้ง ส่วนลูกก็ให้มีสามีดูแล ช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่บีกำลังไปเข้าห้องน้ำพอดี สามีก็โทรศัพท์มาตามว่า รีบออกมาหน่อย มีคนขโมยลูกไปแล้ว"
       
       สถานที่เกิดเหตุเป็นศูนย์อาหารที่อยู่ติด ๆ กันนั่นเอง ซึ่งคุณพ่อของน้องดิน หรือคุณชนม์ ศิริภรรค์ (พ่อปี๊ม) บอกว่า เห็นบริเวณนั้นโปร่งดี จึงพาน้องดินไปทานนมที่นั่นระหว่างรอคุณแม่
       
       "ตอนที่สามีให้นมลูก ลูกก็นอนอยู่บนตัก พอทานเสร็จเขาก็พลิกตัวลงมาแล้วผู้หญิงคนนั้นก็เดินมาอุ้มไปเลย"
       
       ครอบครัวศิริภรรค์เล่าว่า ผู้หญิงรายนี้มายืนมองน้องดินอยู่สักพักหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ประกอบกับน้องดินเป็นเด็กเข้ากับคนง่าย ใครเห็นก็ชอบมาเล่นด้วย จึงไม่ได้ระวังในจุดนี้ไป
       
       "ตอน ที่เขาเข้ามาอุ้มไป เป็นช่วงที่สามีกำลังเก็บขวดนมพอดี ซึ่งทันทีที่เห็น สามีก็รีบวิ่งตามไปพร้อมตะโกนว่า คุณเอาลูกผมไปไหน ขณะที่ผู้หญิงคนนั้นก็วิ่งหนีเช่นกัน แต่สุดท้ายก็ไปทันกันบริเวณร้านนวดในตลาด และเกิดการฉุดกระชากตัวเด็กจนน้องดินร้องไห้"
       
       "คุณ พ่อไปแย่งตัวลูกกลับมา แล้วผู้หญิงคนนั้นมากระชากกลับ แล้วเขาก็ตะโกนว่า ผู้ชายคนนี้มาแย่งลูกเขาไป ตอนนั้นคนไม่ค่อยกล้าเข้ามายุ่งเพราะคิดว่าเป็นเรื่องสามีภรรยา" คุณบีเล่า
       
       
"ตอนที่บีไปถึง มีคนมุงไม่ต่ำกว่า 10 คน แล้วก็มีคนมาช่วยอุ้มลูกเอาไว้ เพราะพอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เขาก็ไม่แน่ใจว่าเป็นลูกใคร ก็เลยอุ้มแยกออกไปให้ ตอนนั้นตำรวจก็มาแล้ว พอบีเห็นลูกก็รีบไปอุ้มลูกกลับมา คนแถวนั้นยังบอกเลยว่านี่สิถึงจะเป็นแม่แท้ ๆ เพราะก่อนหน้าที่มีการแย่งลูกกัน เขากระชากลูกเราแรงมากจนลูกร้องไห้ คนที่เห็นเหตุการณ์ยังบอกเลยว่า ถ้าแม่แท้ ๆ ไม่กระชากแรงแบบนี้หรอก"

พลเมือง ดีอีกคนหนึ่งที่เขามาช่วยครอบครัวศิริภรรค์ยืนยันว่าเป็น ผู้หญิงคนนั้นเป็นมิจฉาชีพคือ แม่ค้าส้มตำที่ขายของอยู่บริเวณนั้นนั่นเอง โดยแม่ค้าท่านนี้ออกมายืนยันว่า เห็นคุณพ่อกับน้องดินเล่นกันตั้งแต่ช่วงเที่ยงแล้ว
       
       "พอ เขาจนมุม ผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มแสดงอาการเหมือนคนไม่ปกติ ทั้งอาเจียน ลงไปนั่งกับพื้น แต่ตายังมองลูกเราเขม็ง จนเราไม่อยากเอาเรื่อง แต่คนแถวนั้นบอกว่าอย่ายอมนะ บางคนก็บอกรุมประชาทัณฑ์เลยไหม ตำรวจเลยบอกจะพาไปโรงพัก ก็รอรถตำรวจ สุดท้ายรถตำรวจไม่มา เขาก็เลยพาผู้หญิงคนนั้นนั่งแท็กซี่ไป สน. แล้วเราก็ขับรถตามไป"
       
       แต่ สุดท้ายเรื่องนี้เมื่อไปถึงโรงพักที่ สน.ทองหล่อ ก็จบลงแบบงง ๆ โดยที่ไม่ได้แจ้งความหรือดำเนินการใด ๆ แต่ทางครอบครัวก็ไม่ได้ติดใจในจุดนี้ เพราะทุกคนเหนื่อย และสะเทือนใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวมามากแล้ว
       
       "พอไปถึง ร้อยเวรบอกว่า ถ้าไม่มีอะไรก็กลับ เราก็สงสารลูก เพราะลูกเหนื่อยมากแล้ว ก็เลยตัดสินใจกลับ"
       
       แต่เมื่อ ถึงบ้าน เธอเล่าว่า คืนนั้นนอนไม่หลับ น้ำตาไหลตลอดเวลา พร้อม ๆ กับความคิดที่ว่า ถ้าเขาขโมยลูกไปได้ ถ้าสามีไปไม่ทัน จะทำอย่างไร
       


       "คิดว่าเราอาจจะตายได้เลยนะ ถ้าเขาทำสำเร็จ" คุณแม่ท่านนี้กล่าว "ตอนแรกก็โมโหสามี ว่าทำไมปล่อยให้เขามาเอาลูกไปได้ แต่คิดอีกทีก็ใจหายยิ่งกว่า เพราะว่าถ้าคนที่อยู่กับลูกคือเรา เราอาจจะสู้เขาไม่ไหวก็ได้"
       
       "จาก เหตุการณ์นี้รู้สึกขอบคุณทุกคนที่ตลาดอย่างมาก ทั้งคนที่มาช่วยอยู่รอบ ๆ ทั้งคนที่อุ้มลูกบีไว้ แม้เราจะไม่รู้จักกัน ขอบคุณแม่ค้าส้มตำที่ช่วยยืนยันให้เรา ขอบคุณเพื่อน ๆ ในตลาดสำหรับกำลังใจ และอยากฝากว่า เวลาเห็นเหตุการณ์แบบนี้ อย่าพึ่งเดินผ่านไป ขอให้หยุดฟังกันสักนิด เผื่อเราอาจช่วยอะไรเขาได้บ้างน่ะค่ะ"
       
       ที่ สำคัญ นอกจากขอบคุณทุกคนที่เข้าร่วมในเหตุการณ์วันนั้นแล้ว เธอยังรู้สึกขอบคุณอย่างมากที่คนรอบข้างไม่เชื่อไปกับคำโกหกของหญิงมิจฉาชีพ ที่อ้างว่าเด็กเป็นลูกตัวเองอีกด้วย ซึ่งก็ถือเป็นความโชคดีที่คำโกหกนี้ยังใช้ไม่ได้ผลในเมืองไทย เพราะนั่นเป็นการยืนยันว่า
       
       ในสังคมแห่งนี้ยังมีความใส่ใจในทุกข์สุขของผู้อื่นหลงเหลืออยู่...
       ยังมีความเอาใจใส่ในความเป็นไปของผู้อื่นหลงเหลืออยู่...
       และยังอาจมีมิตรภาพดี ๆ ที่งอกงามบนความสะเทือนใจหลงเหลืออยู่นั่นเอง

free counters

...

สาระดีๆ จาก E-mail

  •    เรารักในหลวง   
  •    การโจรกรรมรถยนต์ที่คาดไม่ถึง   
  •    ตรรกะรั่วๆ ของประเทศไทย   
  •    โชคดีที่ลูกติดยา   
  •    ระวังเด็กหาย...   
  •    ความปลอดภัยในรถยนต์   
  •    อย่าลืมล็อครถทุกครั้ง...อันตราย   
  •    ทำอย่างไรเมื่อยางระเบิด-รถจมน้ำ   
  •    สถานที่เสี่ยงจอดรถแล้วหาย   
  •    ภัยจากห้างสรรพสินค้า   
  •    หลอกให้ปิดมือถือ...   
  •    ข้อคิดดีจากคนสำเร็จ   
  •    คิดบวกเข้าไว้หัวจก็เป็นสุข   
  •    ความสำเร็จ.สิ่งดีๆ ที่อยากแบ่งปัน   
  •    5 ขั้นตอนวางแผนการเงิน   
  •    5 เรื่องที่ควรงดเวลาอกหัก   
  •    ทำอย่างไรเมื่อลิฟท์ตก   
  •    มีไปทำไม..??   
  •    พึงระวังใน Facebook!!   
  •    Steve Jobs   
  •    ประโยชน์ของยาสีฟัน..   
  •    25 วิธีเทคแคร์ความรัก   
  •    ลองคิดกันเล่นๆ   
  •    5 ทัศนคติดีๆ ในที่ทำงาน   
  •    บันทึกของเหลียงจี้จาง   
  •    คมความคิดจากท่าน ว.วชิรเมธี   
  •    คำสั่งสอนของพ่อแม่...   
  •    ประโยชน์ของผัก ๆ   
  •    โรคจอตาเสื่อมกับคนใช้คอมฯ   
  •    เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาหาร   
  •    การเก็บอาหารเพื่อใช้ยามฉุกเฉิน   
  •    วิธีการนวดหน้าง่ายๆ แต่ได้ผล   
  •    วิธีสังเกตอาการมะเร็ง   
  •    ผักคะน้าต้านมะเร็ง   
  •    วิธีการแก้สะอึกและเป็นตะคริว   
  •    10 แง่คิดดีๆ   
  •    แง่คิดดี ๆ ในการใช้ชีวิต   
  •    ตำราแห่งชีวิต...   
  •    คุณเป็นพ่อแม่ที่โง่หรือเปล่า?   
  •    ตายแล้ว..จะไปไหนดี..!!??   
  •    จริงหรีอเปล่า...คนโง่ครองโลก   
  •    108 วิธีในการทำความสะอาด   
  •    ราศีปีเกิดไทยกับความรัก   
  •    ตำรวจอมเงิน..!!!!   
  •    ยาย...โอเคมั้ย!!!   
  •    ยายกะหลาน...อย่างฮา   
  •    วิธีป้องกันไฟดูดช่วงน้ำท่วม   
  •    วิธีการซ่อมรถหลังถูกน้ำท่วม   
  •    คำทำนายจากเลขท้ายบัตรประชาชน   
  • Copyright (c) 2006 by ttkpolice@hotmail.com